Page 57 - วิศวกรรมสาร ปีที่ 77 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2567
P. 57
คุยเฟื่อง เรื่องวันวาน
คอลัมนิสต์ : คอลัมนิสต์ :
เริ่มต้นขอให้ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในมุมของอาจารย์เมื่อคิดถึง มอ. สิ่งที่เป็น
ได้แนะน�าตัวเองให้ผู้อ่านได้ท�าความรู้จักครับ อัตลักษณ์ที่โดดเด่นหรือแตกต่างจากที่อื่น ๆ
คืออะไรครับ
ผศ.ดร. วรเทพ :
สวัสดีครับ กระผมผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผศ.ดร. วรเทพ :
ดร.วรเทพ แซ่ล่อง (อ.ปิง) ภูมิล�าเนาอาศัย ในแง่ของการเรียนการสอน ผมไม่แน่ใจว่าที่
อยู่จังหวัดสงขลา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี อื่นเค้าสอนรูปแบบยังไง แต่ที่ มอ. มีการ
ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ เรียนการสอนที่เข้มข้นมาก ตั้งแต่ระดับ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ใน ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก
ขณะที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท และ ดังนั้น สิ่งนี้น่าจะน�ามาสู่อัตลักษณ์ของมอ.
ปริญญาเอกในสาขาวิชาวิศวกรรมโครงสร้าง คือนักศึกษามีความขยัน อดทน และมุ่งมั่น
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลา มาก ไม่ว่าไปสอบถามที่ท�างานที่มีนักศึกษา
นครินทร์ ซึ่งในระดับปริญญาตรี เข้าศึกษา จากมอจากที่ไหน ๆ พวกเค้าก็รู้สึก happy
รหัส 51 รุ่นที่ 42 ปัจจุบันท�างานเป็นอาจารย์ กับเด็กที่มาจาก มอ. มาก
ที่สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยพะเยา คอลัมนิสต์ :
ให้อาจารย์ช่วยเล่าบรรยากาศกิจกรรมหรือ
คอลัมนิสต์ : ประเพณีในสมัยที่ก�าลังศึกษา และกิจกรรม
ขอให้อาจารย์ช่วยเล่าย้อนไปถึงบรรยากาศ ที่อาจารย์ประทับใจครับ
การเรียนเมื่อสมัยที่อาจารย์ก�าลังศึกษา
สมัยนั้นบรรยากาศในการเรียนเป็นอย่างไร ผศ.ดร. วรเทพ :
บ้างครับ ผมไม่ค่อยอินกับกิจกรรมรับน้อง หรือ
ประเพณีต่าง ๆ ในคณะมากนัก ถึงแม้ผม
ผศ.ดร. วรเทพ : จะเข้าร่วมครบทุกกิจกรรมก็ตาม ผมคิดว่า
เมื่อมองย้อนกลับไปสมัยเรียน ตอนนั้น กิจกรรมควรปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบท
รู้สึกสนุกมากจนอยากเข้ามหาวิทยาลัย ของยุคสมัย เน้นความสนุกสนานควบคู่กับ
ทุกวันเพราะมีกิจกรรมให้ท�ากับเพื่อน ๆ สิ่งที่ต้องการสอดแทรกให้รุ่นน้องได้รู้น่าจะ
หลายอย่างจนไม่รู้จักเบื่อเลย เช่น การติวหนังสือ เล่นกีฬา และเล่นเกม ก่อนสอบ ดีกว่า การรับน้องรุ่นผม มีการน�านักศึกษา
ประมาณหนึ่งเดือนมีการนัดกันติวหนังสือกันในช่วงว่างจากการเรียน ใครเก่งวิชาอะไร รุ่นพี่มาไว้หนวดไว้เคราแต่งตัวสกปรก ๆ ให้ดู
ก็ช่วยติวให้เพื่อน ๆ ในภาควิชา บางครั้งก็มีรุ่นพี่มาช่วยติวให้รุ่นน้อง จนท�าให้เกิดความรู้จัก เหมือนคนงาน แล้วว้ากใส่รุ่นน้องปีหนึ่ง
และแน่นแฟ้นขึ้น ภาควิชาจะมีห้องส�าหรับนักศึกษาปริญญาตรีที่ใช้ร่วมกันซึ่งเรียกว่า ใครท�าผิดก็เรียกออกมาท�าโทษ ลุกนั่ง วิดพื้น
“ห้องคอมม่อน” ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ท�ากิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน บางคนถ้ากลับดึกมาก ๆ หลายคนจึงไม่ค่อยชอบกิจกรรมดังกล่าว
ก็อาศัยห้องดังกล่าวในการนอน ในภาควิชาตอนนั้นในแต่ละรุ่นจะมีจ�านวนนักศึกษา แต่มองในมุมกลาง ๆ ประเพณีเหล่านี้ก็ท�าให้
ในแต่ละชั้นปีไม่เกิน 50 คน ดังนั้น ท�าให้การท�าความรู้จักกันท�าได้ไม่ยากเลย เมื่อเปรียบ เรารู้จักเพลงต่าง ๆ ของคณะและสถาบัน
กับปัจจุบันผมไม่แน่ใจว่ารุ่นน้องในปัจจุบันมีจ�านวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร แต่เรื่อง รวมถึงสัญลักษณ์ต่างของมหาวิทยาลัย
ความเข้มข้นของวิชาเรียน ผมได้มีโอกาสกลับไปสอบถามอาจารย์หลาย ๆ ท่านในภาควิชา
พบว่ารุ่นน้องในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องการเรียนเยอะเมื่อเทียบกับรุ่นผม ผมก็หวังว่าอยากให้
รุ่นน้อง ๆ ช่วยกันผลักดันซึ่งกันและกัน ใครเก่งวิชาอะไรก็ช่วยกันติวให้เพื่อน ๆ เหมือนรุ่นพี่ ๆ
ที่เคยท�ากันมา
วิศวกรรมสาร ปีที่ 77 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2567 57

