Page 26 - วิศวกรรมสาร ปีที่ 77 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2567
P. 26

การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการประเมินพื้นที่เพาะปลูกอ้อย




           ตัวจ�าแนกแบบสี่เหลี่ยมคู่ขนาน เป็นตัว บทบาทเป็นอย่างมากในภาคการส�ารวจ เนื่องจากเป็นวิธีจ�าแนกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
         จ�าแนกที่มีความสามารถในการค�านวณสูง   ของความถูกต้องและความแม่นย�าในการจ�าแนกสิ่งปกคลุมดินได้เป็นอย่างสูง ด้วยความ
         ตัวจ�าแนกจะแยกจุดภาพออกโดยใช้ค่า สามารถในการเรียนรู้การจดจ�าและคาดการณ์ของผลลัพธ์ รวมทั้งไม่อาศัยตัวแปรทางสถิติ
         ต�่าสุด ค่าสูงสุดของ หรือค่าส่วนเบี่ยงเบน ส�าหรับจ�าแนก (statistics parameters) และมีความหลากหลายด้านการกระจายของ
         มาตรฐานของแต่ละช่วงคลื่นมีลักษณะ ข้อมูล (Maxwell et al., 2018) เป็นการสร้างล�าดับชั้นของการวิเคราะห์ที่แต่ละชั้น

         คล้ายกับการวาดกรอบสี่เหลี่ยมครอบกลุ่ม มีการต่อกันเป็นแบบจ�าลองโดยจะส่งข้อมูลน�าเข้าสู่แบบจ�าลองเพื่อวิเคราะห์แยกประเภท
         ข้อมูล ชุดข้อมูลที่อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยม ของข้อมูล นิยมน�ามาประยุกต์กับงานด้านภูมิสารสนเทศโดยเฉพาะการจ�าแนกพื้นที่
         ใด ๆ แต่ละกรอบจะถูกจัดให้กลายเป็น เพาะปลูกพืช อัลกอริทึมที่นิยมใช้ ได้แก่
         ประเภทของกรอบสี่เหลี่ยมนั้น การค�านวณ     3.1) โครงข่ายประสาทเทียม (artificial neural network: ANN) เป็นวิธีที่ได้รับ
         จะมีความรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตาม การใช้  การนิยมอย่างแพร่หลายในการน�ามาใช้จ�าแนกภาพถ่ายจากดาวเทียม (Ge, Shi, Zhu,
         วิธีนี้อาจเกิดปัญหาเรื่องของค่าที่ใช้แบ่ง Yang, & Hao, 2020; Majnouni-Toutakhane, 2020; Saboori, Torahi, & Bakhtyari,

         มีความทับซ้อนกันจนไม่สามารถจ�าแนก 2019; Silva, Xavier, da Silva, & Santos, 2020) การท�างานจะคล้ายกับสมองของมนุษย์
         ประเภทออกได้ โดยเฉพาะกับข้อมูลที่มีค่า โดยจะจดจ�าข้อมูลที่น�าเข้าสู่โครงข่ายเพื่อท�านายแยกประเภทข้อมูล ในแบบจ�าลองจะมี
         สหสัมพันธ์หรือค่าความแปรปรวนร่วมสูง  การค�านวณค่าน�้าหนักของแต่ละชั้นข้อมูลและปรับปรุงให้มีความเหมาะสมเมื่อเจอข้อมูล
           ตัวจ�าแนกแบบระยะห่างสุด เป็นการ ตัวใหม่ในแต่ระรอบการค�านวณ ตัวโครงข่ายจะแบ่งการเชื่อมต่อออกเป็นชั้น ประกอบด้วย
         จ�าแนกที่ใช้หลักการง่ายที่สุดและท�างาน ชั้นข้อมูลน�าเข้า ชั้นข้อมูลแอบแฝง และชั้นข้อมูลส่งออก (input, hidden, and output

         ได้เร็วที่สุด การจ�าแนกจะมีกระบวนการอยู่  layers) ในการท�างานกับข้อมูลที่มีความซับซ้อนโครงข่ายก็จะยิ่งมีจ�านวนหลายชั้น
         3 ขั้นตอน คือ ค�านวณค่าเฉลี่ยของจุดภาพ ดังแสดงในภาพที่ 4
         ข้อมูลตัวอย่างจากทุกช่วงคลื่นเพื่อสร้าง
         เป็นเวกเตอร์ค่าเฉลี่ย จากนั้นจัดจุดภาพ
         ทั้งหมดที่น�ามาค�านวณให้อยู่ในชั้นข้อมูล
         ที่มีค่าใกล้เคียงกับเวกเตอร์ค่าเฉลี่ย สุดท้าย
         ก�าหนดแนวขอบเขตข้อมูลให้อยู่รอบเวกเตอร์

         ค่าเฉลี่ย หากมีจุดภาพใด ๆ ตกอยู่นอกเขต
         ของแนวรอบเวกเตอร์ค่าเฉลี่ย จุดภาพนั้น
         จะกลายเป็นจุดภาพที่ไม่ทราบค่า
           ตัวจ�าแนกแบบความน่าจะเป็นสูงสุด
         เป็นตัวจ�าแนกที่ใช้เวลาค�านวณมากแต่

         ให้ค่าความถูกต้องของการจ�าแนกสูงกว่า
         สองวิธีแรก  ลักษณะการท�างานจะเริ่ม
         จากการค�านวณเวกเตอร์เฉลี่ย ค่าความ
         แปรปรวนและค่าสหสัมพันธ์ของช่วงคลื่น
         ที่น�ามาใช้จ�าแนกประเภทข้อมูลจากข้อมูล      ภาพที่ 4 โครงข่ายประสาทเทียมแบบ feed forward (Intarat, 2022)
         ตัวอย่าง จากนั้นอธิบายความน่าจะเป็น

         ของข้อมูลตามกลุ่มที่จ�าแนกด้วยฟังก์ชัน    จากภาพที่ 4 ข้อมูลน�าเข้า (input layer) จะถูกเชื่อมต่อกับโนดในชั้นถัดไปผ่านเส้น
         ความน่าจะเป็น (probability function)  เชื่อมต่อแบบถ่วงน�้าหนักซึ่งจะมีค่าที่ได้จากการสุ่ม จากนั้นค่าของข้อมูลแต่ละตัวจะถูกคูณ
           3) วิธีการจ�าแนกแบบ supervised   กับน�้าหนักตามเส้นเชื่อมต่อและรวมค่าไว้ในโนดแต่ละหน่วยในชั้นแอบแฝงแต่ละชั้น ค่าผล
         ensemble classification หรือการจ�าแนก  รวมจะถูกกระตุ้นผ่านฟังก์ชันกระตุ้น (activation function) ซึ่งมีสมการทางคณิตศาสตร์

         แบบก�ากับดูแลร่วมกับอัลกอริทึมการเรียนรู้  ที่ง่ายต่อการหาอนุพันธ์ (Shrestha & Mahmood, 2019) ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกส่งไปยังชั้น
         เครื่อง (machine learning: ML) เข้ามามี ถัดไปและประมวลผลเช่นเดิมจนถึงชั้นสุดท้ายที่เป็นชั้นของค�าตอบที่ได้จากการค�านวณ

        26   ปีที่ 77 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2567                                              วิศวกรรมสาร
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31