Page 42 - วิศวกรรมสาร ปีที่ 77 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2567
P. 42

ตอนที่ ๑๑ ข่าวสาร กับงานวิศวกรรม




           ประมวลสรุปจากข้อสันนิษฐานข้างต้น Golden Boy จึงน่าจะ ซึ่งเชื่อว่า มีความเกี่ยวข้องกับพระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ เป็นอย่างยิ่ง)
         มีความเป็นมนุษย์มากกว่าเทพ ไม่ใช่พระศิวะ หรือพระโพธิสัตว์  หรือปราสาทใหญ่อื่น ๆ ในอาณาบริเวณใกล้เคียง (อาทิ ปราสาท
         เพราะไม่มีดวงตาหยั่งรู้ที่สาม ไม่ใช่พระนารายณ์ เพราะมิได้มีสี่กร  พนมวัน ปราสาทนางร�า หรือแม้กระทั่งเมืองเสมา อาจตัด
         ไม่น่าจะเป็นทวารบาล แม้จะมีลักษณะโดยรวมคล้ายคลึงกับ  ข้อสันนิษฐานบางข้อจากช่วงเวลาที่สร้างปราสาทเหล่านั้น และช่วง
         ทวารบาลพบที่ปราสาทบางแห่ง เพราะมิได้อยู่ในท่วงท่าที่น่า  รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๖) ไม่น่าจะประดิษฐาน ณ ปราสาท

         เกรงขาม อีกทั้งมิได้ถือศาสตรวุธอย่างที่ควรจะมี รูปลักษณ์ เช่น  เล็ก ๆ นาม ปราสาทบ้านยาง (อ�าเภอล�าปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์)
         มวยผม คิ้ว หนวด กรีดเป็นร่องลึก เครื่องแต่งกาย และเครื่อง ซึ่งน่าจะคล้ายวัด หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมประจ�าชุมชน (สรุก)
         ประดับ เช่น นุ่งผ้าโธตีวิจิตรประณีต เป็นสนับรัดแนบขา ขมวดปม เว้นแต่ ถูกเคลื่อนย้ายมา หรือเป็นแหล่งหล่อเทวรูป อย่างไรก็ตาม
         เหน็บด้านหลังเป็นชายไหวคล้ายหางปลางดงามอ่อนไหว มีผ้าคลุม ว่ากันว่า ฐานที่เคยเป็นที่ตั้ง Golden Boy ยังคงอยู่ที่ปราสาท
         ทับอีกชั้น พร้อมเครื่องประดับ มีกรองศอ และรัดกร ลักษณะคล้าย บ้านยาง ประเด็นนี้ย่อมต้องสืบค้นหาข้อสรุปต่อไป
         ยอดปราสาทครอบมวยผม (ไม่ครบสมบูรณ์) บ่งบอกว่า หากเป็น   ด้วยเหตุที่มีผู้สันนิษฐานว่า Golden Boy ถูกหล่อในแผ่นดินไทย

         มนุษย์ ก็จะต้องเป็นบุคคลผู้สูงศักดิ์ หรือเสมือนสมมติเทพ ซึ่งอาจ จึงอาจสันนิษฐานอย่างแอบภาคภูมิใจว่า เป็นได้ที่ Golden Boy
         เทียบเคียงได้กับพระโพธิสัตว์ เพราะเค้าหน้าสง่ามีเมตตาคล้ายรูป มีความสัมพันธ์กับศิลปแบบประโคนชัย ซึ่งประมวลจากช่วงเวลา
         สลักพระพักตร์พระโพธิสัตว์ที่ปราสาทบายน หากแม้จะถือสิ่งหนึ่ง และข้อสันนิษฐานข้างต้นว่า คาบเกี่ยวตั้งแต่ รัชสมัยพระเจ้า
         สิ่งใด ก็น่าจะเป็นดอกบัว กอปรกับสันนิษฐานว่าในมืออาจถือ ชัยวรมันที่ ๖ ศิลปแบบไพรกเมง ศิลปแบบก�าปงพระ ศิลปแบบ
         ดอกบัวเหมือนพระโพธิสัตว์                            ทวาราวดี ศิลปแบบบาปวน ศิลปแบบนครวัด (ปลายพุทธศตวรรษที่

           จากเนื้อโลหะ และรูปลักษณะ แม้หลายเสียงจะบอกว่า เป็น ๑๒ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๔ หรือประมาณ พ.ศ. ๑๒๐๐ ถึง
         ประติมากรรมในประเทศไทย แต่หากไม่สามารถตรวจสอบใกล้ชิด  ๑๔๐๐) ดูจากภาพถ่ายหลายแหล่ง (เช่นเวบของกรมศิลปากร
         ก็ย่อมไม่อาจสรุปได้แน่ชัดว่า เป็นศิลปแบบประโคนชัย ไพรกะเมง  เวบกระทรวงวัฒนธรรม เวบจังหวัดบุรีรัมย์ เวบส่วนบุคคล หรือ
         หรือก�าปงพระ เพราะการพิสูจน์เนื้อโลหะ จ�าเป็นต้องตรวจสอบ กลุ่มคน เช่น จาก https://www.facebook.com/profile.
         โบราณวัตถุอย่างใกล้ชิด อาจต้องสุ่มเก็บชิ้น หรือผงตัวอย่างหลาย php?id=100064944900133&sk=about - รูปที่ ๔) เพราะไม่อาจ
         ตัวอย่าง ใช้อุปกรณ์ทดสอบความแข็ง ทดสอบแรงกระแทก หรือใช้  ได้เห็นโบราณวัตถุจริง พอกล่าวได้ว่า คล้ายคลึง Golden Boy
         สารเคมี ซึ่งถือเป็นการทดสอบแบบกึ่งท�าลาย (Semi - destructive  กล่าว คือ เทวรูปสะโอดสะอง หรือค่อนข้างผอมบาง มีความเหมือน

         test) ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้าม เพราะโบราณวัตถุจะเสียหาย หรือ  มนุษย์ค่อนข้างมาก ท่วงท่าคล้ายถือสิ่งของ นุ่งผ้าโธตีรัดแข้ง หรือ
         ถูกด้อยคุณค่า อีกประการหนึ่ง การหล่อโลหะ หากเป็นกรรมวิธี  เหนือเข่า มีเชือก หรือผ้าคาด ที่มวยผมประดับ หรือแต่งเป็นทรงสูง
         ขี้ผึ้งหาย (Lost wax) เนื้อโลหะของโบราณวัตถุอาจไม่สม�่าเสมอ บ้างคล้ายมีปราสาทครอบ (Golden Boy มีแต่ไม่สมบูรณ์) แต่
         กันด้วยหลายสาเหตุ (ตัวอย่างการหล่อพระพุทธรูป มักพบวัตถุ  น่าเสียดาย ที่กล่าวกันว่า มีโบราณวัตถุที่เป็นโลหะ รูปแบบ และ
         มีค่า เช่น ทองค�า ที่บริเวณเศียร ซึ่งเป็นปฐมฤกษ์ที่เทน�้าโลหะลงใน  ขนาดต่าง ๆ เทวรูป ไม่น้อยกว่า ๓๐๐ องค์ ถูกขุดจากปราสาท

         แบบหล่อ ต่อมา ก็จะเป็นโลหะอื่น ๆ ปะปนกัน มากบ้างน้อยมาก ไปรบัด ๒ และแห่งอื่น ๆ ในพื้นที่ข้างเคียง เพื่อลักลอบขาย และ
         ตามที่หาได้ หรือตามแรงศรัทธาที่ถวายเป็นพุทธทานท�าให้เนื้อ น�าออกนอกประเทศ จนไปปรากฏ หรือจัดแสดงตามแหล่งต่าง ๆ
         โลหะ หรือสัดส่วนไม่สม�่าเสมอกัน หากจะเก็บตัวอย่างไปพิสูจน์เนื้อ กล่าวกันว่า ที่ปราสาทไปรบัด ๒ มิได้เพียงถูกลักลอบคุดหาวัตถุ
         โลหะ ก็ต้องเก็บหลายแห่ง หลายตัวอย่าง)               โบราณ แต่น่าจะใช้ระเบิด จนแรงระเบิดท�าลายโบราณสถาน
           ข้อสันนิษฐานหนึ่งที่น่าสนใจ คือ หากเป็นรูปหล่อพระเจ้า  เสียย่อยยับ (รูปที่ ๕) ความรู้ และเทคโนโลยี วิศวกรรมส�ารวจ
         ชัยวรมันที่ ๖ น่าจะไปปรากฏที่ประดิษฐานอยู่ ณ สถานที่ หรือ ขั้นสูง ย่อมจะเป็นประโยชน์ยิ่งในการพิสูจน์ทราบความส�าคัญของ

         ปราสาทใหญ่ ที่มีความส�าคัญกว่านี้ เช่น ปราสาทพิมาย (สถานที่ ปราสาทไปรบัด ๒












        42   ปีที่ 77 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2567                                              วิศวกรรมสาร
   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47